เปิดไอเดียท่องเที่ยวยั่งยืน “เดอะ ฮับ เอราวัณ” แพรีสอร์ตเมืองกาญจน์มาตรฐานเทียบชั้นโรงแรม
11 เม.ย. 2561

แพรีสอร์ต “เดอะ ฮับ เอราวัณ” (The Hub Erawan)  ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี  โดดเด่นด้วยทำเลเดินทางสะดวก  ห้องพักออกแบบสวยงามสไตล์ไทยบาหลี  มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน  โดนใจลูกค้าทั้งไทยและเทศ และที่สำคัญ วางมาตรฐานบริการและความปลอดภัยระดับเดียวกับโรงแรม 5 ดาว  ผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมปูทางสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืน

เจ้าของธุรกิจดังกล่าว คือ “สหัสนัย ยืนยงค์” ลูกหม้อชาว อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ที่มาทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ในเมืองหลวงนานเกือบ 10 ปี แต่ต้องพบจุดเปลี่ยนชีวิต เมื่อประสบวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540  จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อเริ่มต้นสร้างอาชีพใหม่ โดยพกสิ่งสำคัญมา2 ประการ คือ เงินทุน 1.2 ล้านบาท กับการเห็นโอกาสเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยว จ.กาญจนบุรี  จุดประกายให้อยากทำธุรกิจแพรีสอร์ต

 

“ครอบครัวผมมีที่ดิน ประมาณ 6-7ไร่ ทำเลสวย ด้านหน้าติดถนนใหญ่ ด้านหลังติดแม่น้ำแควใหญ่ ใกล้สถานที่สำคัญของจังหวัด เช่น ไปน้ำตกเอราวัณแค่ 5 กิโลเมตร  ประกอบกับรู้ข้อมูลว่า มีคนมาเที่ยวน้ำตกเอราวัณถึงปีละ 1.6 ล้านคน  ทำให้เห็นโอกาสอยากจะทำธุรกิจแพรีสอร์ต เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เริ่มจากลงทุนเอง ทำเป็นห้องพัก กับแพพักแบบธรรมดา 3 หลัง รวม 15 ห้อง” สหัสนัย ย้อนถึงจุดเริ่มต้นเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2542

 

ด้วยกระแสการท่องเที่ยวเมืองกาญจน์ที่เติบโตอย่างยิ่ง  ประกอบกับทำเลที่ตั้งรีสอร์ตยอดเยี่ยม  ส่งให้ธุรกิจ “เดอะ ฮับ เอราวัณ” เติบโตตามลำดับ อย่างไรก็ตาม  สหัสนัย ไม่พอใจเพียงแค่นั้น เพราะจุดหมายหลัก ต้องการสร้างธุรกิจให้เข้มแข็งและยั่งยืน  คำตอบที่จะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้ คือ ยกระดับมาตรฐานทุกด้านให้เทียบเท่าระดับโรงแรม 5 ดาว เพื่อเพิ่มมูลค่าราคาที่พักและขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ดังนั้น มุ่งเติมความรู้เรื่องธุรกิจท่องเที่ยวและการโรงแรมผ่านการเข้าร่วมสมาคมท่องเที่ยวในท้องถิ่น  รวมถึง นำความต้องการจากลูกค้ามาใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาแพรีสอร์ต

“หลังจากผมทำธุรกิจแพรีสอร์ตมาประมาณ 3 ปี   ทำให้รู้ถึงความต้องการของตลาดของกลุ่มองค์กรที่ยังต้องการสถานที่ และห้องพักในเมืองกาญจน์ เพื่อการประชุม และจัดสัมมนา ขณะที่ลูกค้าชาวต่างชาติ ต้องการสระว่ายน้ำ และทำกิจกรรมเสริมอย่างการล่องแพ ผมเลยคิดถึงการขยายธุรกิจสร้างแพพักและสิ่งปลูกสร้างเพิ่ม เพื่อจะให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเวลานั้น SME Development Bank (ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย) เข้ามาสนับสนุนด้านเงินทุน ควบคู่กับให้คำปรึกษาด้านการเงิน บริหารต้นทุน การทำบัญชี และแนะนำการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้บริหารธุรกิจ ช่วยให้เราขยายธุรกิจได้แบบมืออาชีพ” สหัสนัย เผย

 

เงินทุนที่ได้จาก SME Development Bank  นำมาสู่การขยายธุรกิจ เพิ่มห้องพักจาก 15 ห้องเป็นทั้งหมดในปัจจุบัน 51 ห้อง แบ่งเป็นบ้านพักบนบก 22 ห้อง แพพัก 29 หลัง รองรับผู้เข้าพักได้ถึง 150 คน  นอกจากนั้น สร้างห้องประชุมสัมมนา ร้านอาหาร และแพล่องท่องเที่ยว ตกแต่งสไตล์ไทยบาหลี  มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน  วางมาตรการงานบริการ และความปลอดภัยระดับโรงแรม  ซึ่งนับถึงทุกวันนี้ แม้ว่าใน อ.ศรีสวัสดิ์ จะมีธุรกิจแพรีสอร์ตเกิดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมนับร้อยราย  ทว่า “เดอะฮับ เอราวัณ”   คือ ผู้ประกอบการแพรีสอร์ตแห่งเดียวในอำเภอนี้ ที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม  เนื่องจากมีมาตรฐานต่างๆ ครบถ้วน รวมถึง มีโฉนดที่ดินถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

 

เขาระบุด้วยว่า การตัดสินใจขยายธุรกิจในครั้งนั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้ “เดอะ ฮับ เอราวัณ”  เพิ่มฐานลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง ช่วงวันธรรมดา สามารถจัดคิวรองรับลูกค้าต่างชาติ และกลุ่มประชุมสัมมนา  วันหยุดสุดสัปดาห์เน้นรับลูกค้าชาวไทย กลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อนฝูง   ทำให้เฉลี่ยแล้ว ห้องพักจะมีลูกค้าเข้าใช้บริการแทบทุกวันตลอดทั้งปี เฉลี่ยมากกว่า 65% แบ่งเป็นสัดส่วนลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศอย่างละครึ่ง ขณะเดียวกัน สามารถขยับราคาห้องพักได้สูง ตั้งแต่ 1,850-3,900 บาทต่อคืน เนื่องจากลูกค้ายอมจะจ่ายสูงขึ้นเพื่อแลกกับคุณภาพมาตรฐาน และความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น 

 

ความสำเร็จของ “เดอะ ฮับ เอราวัณ” ได้สร้างแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบให้ผู้ประกอบการธุรกิจแพรีสอร์ตแห่งอื่นๆ ใน อ.ศรีสวัสดิ์ อยากจะยกระดับมาตรฐานแพพักของตัวเอง เพื่อประสบความสำเร็จเช่นกัน  จึงเกิดการรวมตัวสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจแพรีสอร์ต อ.ศรีสวัสดิ์ ปัจจุบัน มีสมาชิก 98 ราย ช่วยแบ่งบันความรู้ซึ่งกันและกัน  โดยมีกฎระเบียบยึดปฏิบัติร่วมกันเพื่อให้การท่องเที่ยวแพพัก จ.กาญจนบุรี เดินบนแนวทางสู่ความยั่งยืน เช่น ห้ามก่อเสียงดังเกิดควร ห้ามปล่อยโคมลอย มีแผนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ใช้แรงงานถูกต้องการตามกฎหมาย  เป็นต้น  รวมถึง ส่งเสริมสมาชิกเข้าสู่ระบบบัญชีภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อสามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบสถาบันการเงินได้

“แนวคิดของพวกเรา ต้องการทำธุรกิจให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐได้ประโยชน์ สามารถเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ตัวผู้ประกอบการได้ประโยชน์ ทำธุรกิจเติบโตและเกิดการพัฒนา  ลูกค้าได้ประโยชน์มาเที่ยวแล้วสนุกปลอดภัยประทับใจ และประชาชนในพื้นที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ดีขึ้น  ขณะที่สิ่งแวดล้อมยังอุดมสมบูรณ์เช่นเดิม  ดังนั้น แนวทางธุรกิจของแพรีสอร์ตใน อ.ศรีสวัสดิ์ จะไม่สร้างเพิ่ม แต่จะพัฒนาคุณภาพให้ดียิ่งขึ้น  ซึ่งจะสามารถขยับราคาค่าพักสูงขึ้นได้ และไม่ทำลายธรรมชาติ ขณะเดียวกัน ยามที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวพร้อมๆ กันจำนวนมาก จะกระจายลูกค้าไปยังแพรีสอร์ตแห่งต่างๆ ในเครือข่าย  ช่วยขจัดปัญหาตัดราคาแข่งกันเอง” สหัสนัย อธิบาย

 

เมื่อถามถึงมุมมองต่อการท่องเที่ยว จ.กาญจนบุรี เขามั่นใจว่า ยังเติบโตอีกมาก เนื่องจากมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเดินทางสะดวกอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ  มีธรรมชาติสมบูรณ์พร้อมทั้งภูเขา และแม่น้ำ  รวมถึง มีแผนลงทุนขนาดใหญ่จากรัฐบาลอีกหลายโครงการ 

 

“เมื่อมีโอกาสทองรออยู่ข้างหน้า  ผู้ประกอบการต้องพยายามคว้าไว้ให้ได้  ซึ่งตอนนี้ธุรกิจแพรีสอร์ต ส่วนใหญ่ถูกส่งต่อมายังทายาทธุรกิจรุ่นสอง ซึ่งล้วนมีวิสัยทัศน์การทำธุรกิจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อจับลูกค้ากลุ่มครอบครัว ซึ่งการยึดแนวทางดังกล่าว ควบคู่กับการทำแพรีสอร์ตคุณภาพ ไม่เพิ่มปริมาณ  โดยเชื่อมการเกษตร แปรรูป และท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน เชื่อว่าจะทำให้การท่องเที่ยวระดับชุมชนเกิดความยั่งยืน”  เขากล่าวทิ้งท้าย 

 

ติดต่อโทร. 084 599 4591 หรือ FB:huberawan