รายย่อยได้เฮ! ธพว. ผนึก‘สมาพันธ์ SME ไทย’ อุ้มถึงเงินทุนคู่ความรู้ ดันสินเชื่อรายละล้านคิดดอกเบี้ยถูก รู้ผลใน 7 วัน
22 มิ.ย. 2561

SME Development Bank ประสาน สมาพันธ์ SME ไทย เปิดทางลัดอุ้มผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุน  คิดดอกเบี้ยต่ำ 1% และ 3% วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย รู้ผลพิจารณาใน 7 วัน ควบคู่เติมความรู้ช่วยยกระดับธุรกิจ โรดโชว์ตระเวนให้บริการทั่วประเทศ

 

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank หรือ ธพว.) เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกันระหว่าง ธพว. กับสมาพันธ์ SMEไทย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฯ ซึ่งมีจำนวนกว่าแสนราย รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไปให้เข้าถึงแหล่งทุน โดยจะร่วมกันดำเนินโครงการ “สินเชื่อเพื่อคนตัวเล็ก” ภายใต้แนวคิด “เข้าถึง-อยู่รอด-ยั่งยืน”  โดย ธพว. จัดบริการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1% และ 3%  วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย  รู้ผลการพิจารณาภายใน 7 วัน  เงื่อนไขผ่อนปรน ให้สิทธิ์ครอบคลุมทั้งกลุ่มบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล  โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติผู้ยื่นกู้อย่างชัดเจน เพื่อให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วฉับไว   ควบคู่กับให้ความรู้ผ่านการจัดโปรแกรมอบรมและสัมมนา เพื่อให้ผู้ได้รับเงินทุนมีศักยภาพพร้อม สามารถดำเนินธุรกิจอยู่รอด และเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน ผู้สนใจติดต่อได้ผ่าน Line@ ของสมาพันธ์ SME ไทย : @smethai

 

ทั้งนี้ จะจัดกิจกรรมโรดโชว์นัดพบระหว่างสมาชิกสมาพันธ์ฯ รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อย ในแต่ละภูมิภาค กับทีมงาน ธพว. เพื่อสร้างความเข้าใจและเข้าถึงบริการในโครงการนี้ นอกจากนั้น  ภายในงานมีกิจกรรมอบรมสัมมนาให้ความรู้ในหัวข้อที่เหมาะสมแต่ละพื้นที่และกลุ่มธุรกิจ  บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจ  พร้อมเปิดโอกาสให้สามารถยื่นขอสินเชื่อในโครงการนี้ได้ทันที  เบื้องต้นกำหนดจะจัดครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้  จากนั้น จะสัญจรจัดในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ       

 

นายมงคล อธิบายเสริมว่า การพิจารณาให้เงินทุนจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้กู้แต่ละราย โดยรายที่จดทะเบียนนิติบุคคล  จะพาเข้าใช้บริการ   สินเชื่อเถ้าแก่ 4.0   คิดอัตราดอกเบี้ย  1% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 7 ปี  ไม่ต้องใช้หลักประกัน   เปิดโอกาสให้รายย่อยที่มีปัญหาทางการเงินสามารถกู้ได้ (แม้เคยปรับโครงสร้างหนี้ หรือผ่อนชำระไม่ต่อเนื่องมาก็ตาม)  ให้ชำระแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียวปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุด 3 ปี  ผ่อนชำระเพียง 410 บาทต่อวันเท่านั้น

 

ส่วนกลุ่มบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ประเภทธุรกิจเกษตรแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนและเชื่อมโยงต่อเนื่อง รวมทั้งผู้ประกอบการใหม่ มีนวัตกรรม ธุรกิจผลิต หรือบริการต่างๆ ในชุมชน  จะพาเข้าใช้บริการ สินเชื่อเศรษฐกิจติดดาว   คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 3%   คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนาน 7 ปี  ไม่มีหลักประกัน สามารถใช้ บสย.ค้ำประกันฟรี 4 ปีแรก โดยกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนเพียง 460 บาทต่อวันเท่านั้น   

 

“การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ  ธพว.จะมุ่งใช้ “เกณฑ์” กับ“คุณสมบัติ” เป็นหลักสำคัญ ลดการใช้ “ดุลยพินิจ” ให้น้อยที่สุด ซึ่งจะทำให้การพิจารณาเกิดความเท่าเทียม และรวดเร็ว เปรียบเป็นทางลัดที่จะพาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายยิ่งขึ้น”  นายมงคล กล่าว

 

ส่วนการหารือในประเด็นโครงการ "เงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อม" วงเงิน 1,000 ล้านบาท และโครงการ "ฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม" วงเงิน 2,000 ล้านบาท ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งมีผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกว่า 36,000 ราย ในขณะที่ สสว. ขาดกำลังคนที่จะดำเนินการให้ทันต่อความต้องการ  เบื้องต้น ธพว. กับสมาพันธ์ฯ มีแนวคิดตรงกันที่เห็นควรยุบ 2 โครงการรวมเป็นกองทุนเดียว เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการ พร้อมเปิดลงทะเบียนใหม่ โดยจะให้สิทธิ์กับผู้ที่เคยลงทะเบียนไว้แล้วก่อน โดยกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อ และคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ยื่นกู้เสียใหม่ให้มีความชัดเจน รวมถึง มุ่งเน้นวัตถุประสงค์ให้ใช้เป็นเงินทุนเพื่อนำไปเริ่มต้นสร้างอาชีพใหม่ โดยเฉพาะในรูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นการประกอบอาชีพที่เริ่มต้นได้ง่าย และความเสี่ยงต่ำ เพราะมีแฟรนไชซอร์ (Franchisor) ทำหน้าที่พี่เลี้ยงธุรกิจ     ในขณะที่ทางสมาพันธ์ฯ จะช่วยทำหน้าที่คัดเลือกแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุน รวมถึง ลงพื้นที่สำรวจพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงของผู้ลงทะเบียนขอสินเชื่อ  (Know your Client – KYC) ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาสะดวกและรวดเร็ว  โดยข้อเสนอต่างๆ ดังกล่าว ทางสมาพันธ์ฯ จะนำไปเสนอต่อคณะกรรมการของ สสว. ต่อไป