fbpx

ทีมงานSME D Bankสาขาน่าน ร่วมคณะของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน และผู้ประกอบการ SMEs ของจังหวัดน่าน

 

ทีมงานSME D Bankสาขาน่าน ร่วมคณะของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน และผู้ประกอบการ SMEs ของจังหวัดน่าน

ในวันที่19 เมษายน 2562 นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ จ.น่าน เพื่อตรวจเยี่ยมหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) บ้านน้ำเกี๋ยน โดยมี นางเบญจมาพร เอกฉัตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายนิรันดร์ ยิ่งมหิศรานนท์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม มีนายสำเริง สวัสดีนฤนาท อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน และนายนายพิชิต มิ ทราวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ SME D Bank ให้การต้อนรับและพาเยี่ยมชมชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน

 

 

หมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) บ้านน้ำเกี๋ยน เป็นวิสาหกิจชุมชนที่ก่อตั้งขึ้นจากการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 มาเป็นแนวทางในการทำงาน โดยเริ่มจากการผลิตของใช้ในครัวเรือนเพื่อลดรายจ่าย ลดการใช้เคมีภัณฑ์ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน จากนั้นจึงมีการรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มต่าง ๆ อาทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างหูล้านนาแฮนแมด กลุ่มผลิตผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ กลุ่มผลิตสมุนไพรและชา จนได้เป็นชุมชนดีเด่นจากการเชื่อมโยงภูมิปัญญาเรื่องสมุนไพรมาใช้ในชีวิตประจำวัน และสามารถสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ ซึ่งในปี 2559 ชุมชนมีรายได้ทางเศรษฐกิจมูลค่า 3 ล้านบาท หลังจากนั้นในปี 2560 ทางชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน ได้เข้าร่วมโครงการสร้างสรรค์อุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรม การพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village:CIV) กับกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีจุด check in สำหรับให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นกว่า 3,202 คน ผนวกกับการให้ความรู้ ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับสู่สากล ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรชีวาร์ ของชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน ได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จนได้รับมาตรฐาน ASEAN GMP จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างหูล้านนาแฮนแมด กลุ่มผลิตผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ กระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวคิดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นอัตลักษณ์ของตนเองต่อไป เช่น ลายผ้าน้ำเกี๋ยน เป็นต้น

 

 

นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้ขอความร่วมมือจากองค์กรขนาดใหญ่ ให้เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เจ้าของกิจการในชุมชน อาทิเช่น ด้านการเงิน การตลาด การขาย กฎหมาย ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ รวมถึงด้านต่าง ๆ ให้กับธุรกิจ ทำให้ในปี 2560 ชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน มีรายได้ทางเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 100% และปี 2561 มีรายได้ทางเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งในปี 2562 นี้ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งเป้าหมายรายได้ทางเศรษฐกิจของชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน เป็นมูลค่า 20 ล้านบาท

Skip to content