fbpx

ธพว.ปลื้มความสำเร็จโครงการ SME-D Scaleup Rubber Innovation ติดปีกธุรกิจยางพาราด้วยนวัตกรรม

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.หรือ SME Development Bank)กล่าวว่าจากการที่ธนาคารเปิดตัวโครงการ SME- D Scaleup  Rubber Innovation ติดปีกธุรกิจยางพาราด้วยนวัตกรรมโดยเป็นความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. 2561 และมีการอบรมรวม 3 แคมป์ (ก.ค.-ก.ย.) สิ้นสุดเมื่อ 23 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา รวมระยะเวลา 5 เดือนนับจากเริ่มต้นโครงการแล้วนั้นจากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั่วประเทศกว่า 100 กิจการ และผ่านการเข้าอบรม 51 กิจการ อาทิเช่น หมอนยางพารา ถุงมือยาง อุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์ พรมละหมาด รองเท้ายาง  ขณะนี้โครงการเดินมาถึงครึ่งทางแล้ว ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นไปตามเป้าวัตถุประสงค์โดยจากผลการสำรวจผู้เข้ารับการอบรมเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของธุรกิจ โดยประมาณการปี 2561  ภาพรวมยอดขาย 977ล้านบาท จากฐานปี 2560 เท่ากับ 880 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11.02% แต่ถ้าแยกเป็นขนาดของธุรกิจ  รายเล็ก จะขยายตัวยอดขายเพิ่มขึ้น 21.25% และรายใหญ่เพิ่ม 8.61% เกิดการจ้างงานสูงขึ้น 68.46% จากฐานปี 2560เท่ากับ 574 คน ปี 2561 เพิ่มเป็น 967 คน สามารถสร้างแรงบันดาลใจเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยนวัตกรรมหรือแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มประมาณ 17 รายการ อาทิ หมอนอัจฉริยะ ยางขึ้นรูปสามมิติ เสื่อโยคะ  เป็นต้น

 

โครงการ SME D Scaleup Rubber Innovation  เกิดจากแนวคิดยางพาราผลิตผลทางการเกษตรหลักที่สำคัญและนับเป็นรายได้หลักอันดับหนึ่งของประเทศ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาราคาตกต่ำ การเพิ่มมูลค่ายางพาราด้วยนวัตกรรมนับเป็นความท้าทายที่จะขับเคลื่อนห่วงโซ่การใช้ยางพารา การสนับสนุนให้ SMEs และ Startup ที่ประกอบธุรกิจด้านยางพาราเกิดความเข้มแข็งด้วยนวัตกรรม จะทำให้สามารถปรับองค์กรให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก โครงการนี้ทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายยางพาราที่เข้มแข็งจากผู้ประกอบการทั่วประเทศโดยกิจกรรมที่ดำเนินการประกอบด้วยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีแรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรม ทราบถึงเทคโนโลยียางที่เกี่ยวข้อง ความสำคัญของการออกแบบผลิตภัณฑ์ วิธีการสร้างนวัตกรรมรวมถึงความตระหนักถึงทรัพย์สินทางปัญญา ช่องทางการตลาดออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ โดยเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการแบบเข้มข้นจากวิทยากรชั้นแนวหน้าเนื้อหาครอบคลุมรอบด้านที่ทำให้ผู้ประกอบการนำไปปรับใช้ทุกมิติตอบโจทย์ความต้องการยุค4.0นอกจากนี้กิจการที่เข้าหลักสูตรนี้ทั้ง 51 บริษัทจะได้รับการดูแล Coach จากสถาบันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมยางพารา ม.อ. อีก 3 เดือน(ต.ค.-ธ.ค.2561)เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำตรงตอบสนองตามความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ประกอบการแต่ละกิจการ ซึ่งเชื่อว่าจะเห็นพัฒนาการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจของผู้เข้าอบรมอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

 

“นอกจากผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับองค์ความรู้เพื่อนำไปปรับใช้บ่มเพาะแนวคิดต่อยอดธุรกิจด้วยนวัตกรรมแล้ว  ธพว.ยังสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ อาทิ สินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 ดอกเบี้ย 1 %  สินเชื่อเศรษฐกิจติดดาว ดอกเบี้ย 3% และสินเชื่อเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ดอกเบี้ย 4% ให้กับผู้ประกอบการเพื่อขยาย ปรับปรุงหรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจด้วย  โดย ณ 23 ก.ย. 2561 อนุมัติสินเชื่อแล้ว 9 ราย วงเงิน 17.68 ล้านบาท และอยู่ในกระบวนการพิจารณาอีกวงเงินประมาณ 10-20ล้านบาท รวมถึงการขยายผลการสนับสนุนเงินทุนไปสู่กลุ่มธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางโครงการหรือกลุ่มอื่นๆต่อไปในอนาคต ตามแนวทางการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา ให้ความรู้ควบคู่เงินทุน” กรรมการผู้จัดการ ธพว. กล่าว

 

ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมแคมป์ 3 โครงการ SME-D Scaleup Rubber Innovation ติดปีกธุรกิจยางพาราด้วยนวัตกรรม  มีกิจกรรม Pitching สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดธุรกิจ ผลการแข่งขัน ปรากฏว่า

1  รางวัลชนะเลิศ  ได้รับโล่เกียรติยศและเงินรางวัล 50,000 บาท ได้แก่

หจก.หาดใหญ่ รับเบอร์เทค ผลิตภัณฑ์ พรมละหมาดยางพาราเพื่อสุขภาพ

2 รางวัลรองชนะเลิศ 2  รางวัล

โล่เกียรติยศและเงินรางวัล 15,000 บาท  ได้แก่

2.1 หจก.4U Nature (thailand) ผลิตภัณฑ์ Innovation Small Pillow

2.2 D&C Design and Conceptผลิตภัณฑ์ สินค้าแฟชั่นจากยางพารา

3 รางวัลชมเชย 2 รางวัล

ได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัล 5,000 บาท ได้แก่

3.1 บริษัทไรส์ชิลเลอร์ จำกัด ผลิตภัณฑ์โต๊ะอาหารและเก้าอี้สำหรับผู้สูงอายุ

3.2 Greensery ถุงเพาะชำจากยางพารา

 

และผู้ได้รับรางวัลดังกล่าว ธพว. จะพาไปศึกษาดูงาน Smart Biz Expo งานแสดงสินค้าด้านนวัตกรรมและหลากหลายไอเดียธุรกิจจากทั่วโลก จัดที่ฮ่องกง ระหว่างวันที่ 5-7 ธันวาคม 2561 เพื่อสร้างโอกาสในการพบคู่ค้าและเครือข่ายการค้าต่างประเทศด้วย

 

Skip to content