fbpx

ไข่เค็มบ้านสมุนไพรจิดาภา สูตรเด็ดเพื่อสุขภาพ สดใหม่จากฟาร์ม การันตีความอร่อยทุกฟอง

“ไข่เค็มบ้านสมุนไพรจิดาภา” สูตรเด็ดเพื่อสุขภาพ
สดใหม่จากฟาร์ม การันตีความอร่อยทุกฟอง

จากสถานการณ์โควิด-19 หลายบ้านคงกำลังมองหาอาหารที่สามารถเก็บตุนไว้ทานได้นาน “ไข่เค็ม” จึงเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตที่หลายบ้านมักมีไว้ติดตู้เย็น    โดยเฉพาะไข่เค็มที่ไม่ธรรมดา มีสมุนไพรไทยเป็นส่วนประกอบ  นอกจากอร่อยแล้วยังเสริมสุขภาพดีจากภายในอีกด้วย อย่าง “ไข่เค็มบ้านสมุนไพรจิดาภา” ของดีเมืองแม่ย่าโม จังหวัดนครราชสีมา
“ไข่เค็มบ้านสมุนไพรจิดาภา เดินทางมาปีนี้ย่างเข้าปีที่ 3 แล้วค่ะ” คุณนัยนา เดชพันธ์ ผู้สร้างแบรนด์ไข่เค็มบ้านสมุนไพรจิดาภา เกริ่นที่มาของธุรกิจ “ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่กรุงเทพฯ เป็นพนักงานกินเงินเดือนบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง เวลาผ่านไปนานวัน  จากความท้าทายความสนุกของงานมันเริ่มอิ่มตัว เริ่มอยากกลับบ้าน  หาอาชีพอะไรก็ได้ทำที่บ้านเกิด จังหวัดนครราชสีมา ส่วนตัวชอบทำอาหารอยู่แล้ว จึงตัดสินใจออกจากงานมาเช่าที่เปิดร้านอาหาร ทำอยู่พักหนึ่งปรากฏว่ารายได้ไม่พอรายจ่าย ส่วนหนึ่งเพราะมีค่าเช่าร้าน และอีกส่วนหนึ่งเราขาดประสบการณ์ ไม่ได้ศึกษาเรื่องทำเลที่ตั้ง สุดท้ายร้านก็ไปไม่รอด คราวนี้ได้กลับไปอยู่บ้านของจริง”

คุณนัยนาเล่าต่อว่า เมื่อได้กลับมาพักอยู่บ้าน จึงได้เห็นว่าที่บ้านเลี้ยงเป็ด และไข่เป็ดที่ได้ในแต่ละวันเหลือจากความต้องการในครัวเรือน ซึ่งไข่ที่เหลือที่บ้านก็จะนำไปดองทำไข่เค็มแบบสูตรโบราณ คือการดองน้ำเกลือในขวดแก้ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน สามารถเก็บไว้ทานได้อีกเป็นเดือน จากจุดนี้ คุณนัยนาจึงเริ่มเห็นแสงสว่างในเส้นทางอาชีพใหม่ของตนเอง

“ความคิดแรกคือดองไข่เค็มแบบโบราณมันธรรมดาไป ถ้าจะยึดเป็นอาชีพต้องทำไข่เค็มแบบไม่ธรรดา ไข่เค็มที่เปิดตลาดแล้วแฟนคลับรู้ โลกของผู้บริโภครู้ จดจำทันที เหมือนง่ายแต่ก็ยาก แต่ยากก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ พยายามอย่างหนักฝึกดองไขเค็มจากสูตรโบราณจนชำนาญ จนรู้หลักสัดส่วนการผสมวัตถุดิบ จากนั้นเริ่มปรับสูตร หาสมุนไพรไทยใกล้ตัว มาลองบดขยี้ต้มเอาเพียงน้ำ ใช้เป็นส่วนผสมดองไข่เค็มแทนน้ำเปล่าปกติ ไม่ว่าจะเป็น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ใบเตย อัญชัญ นอกจากนั้นยังอาศัยอาจารย์ “ยูทูป” คือหาสูตรจากคลิปต่าง ๆ แต่ละสูตรก็จะมีเคล็ดลับแตกต่างกันไป เราก็ดึงเอาจุดแข็งมาผสมผสาน บวกความคิดน่าจะเป็นไปได้ของเรา จนมาจบที่สูตรไข่เค็มบ้านสมุนไพรจิดาภาอย่างทุกวันนี้” คุณนัยนากล่าวอย่างภูมิใจ

ไข่เค็มบ้านสมุนไพรจิดาภาเริ่มเปิดตัวออกสู่ตลาดเมื่อปี 2562 ก่อนช่วงโควิด-19 ไม่นาน จากประสบการณ์ทำร้านอาหารที่ผ่านมา ครั้งนี้ทำให้คุณนัยนาเริ่มเข้าใจแนวทางการทำธุรกิจมากขึ้น ไม่เสี่ยงเปิดตัวใหญ่โตให้ล้มดัง กลับค่อย ๆ แง้มประตูตลาดเปิดวางจำหน่ายสินค้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป  เริ่มต้นฝากขายตามร้านค้าทั่วไปใกล้บ้าน เมื่อลูกค้าเริ่มรู้จักติดใจในคุณภาพกลายเป็นที่ยอมรับ มีออเดอร์หลั่งไหลเพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มขยับขยายวางจำหน่ายในร้านของฝากระดับจังหวัด รวมถึงเริ่มเจาะตลาดออนไลน์ เปิดโอกาสส่งตรงความอร่อยทั่วประเทศ

คุณนัยนาไม่หยุดเพียงเท่านี้  เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ไข่เค็มจนได้เข้าร่วมประกวดคว้ารางวัลการันตีคุณภาพมากมาย อาทิ รางวัล SMEs Start up Awards 3 ปีซ้อน (พ.ศ. 2561, 2562, และ 2563), รางวัล SME Provincial Champions 2020 สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัดนครราชสีมา (พ.ศ. 2563) , รางวัลชนะเลิศสุดยอดผลิตภัณฑ์เทศบาลนครราชสีมา เป็นต้น

เมื่อออเดอร์เริ่มมากขึ้น คุณนัยนาเล่าด้วยรอยยิ้มว่า ปัญหาอุปสรรคย่อมตามมาติด ๆ แน่นอน แต่หากเราสู้ก็ยากจะพบเจอทางตัน

“โจทย์แรกที่มีมาให้แก้คือ วิธีการดองไข่ ซึ่งเดิมจะดองไข่เค็มแบบโบราณคือดองน้ำ ดองครั้งละหลายฟองในถังเดียวกัน เพื่อให้ทันออเดอร์ ดังนั้น เมื่อมีไข่ใบหนึ่งเน่าเสีย ไข่ทั้งหมดก็จะพลอยเน่าเสียตามไปด้วย ทำให้สินค้าผลิตไม่ทันส่ง หนำซ้ำยังขาดทุนทันที ปล่อยไว้แบบนี้ธุรกิจตายแน่นอน จึงเร่งศึกษาทดลองหาทางออก จนพบว่าเราสามารถปรับกลยุทธ์ใหม่ จากดองน้ำปรับเป็นวิธีการดองแห้งแบบพอกแทน โดยใช้ดินสอพองเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งดินสอพองที่เราเลือกใช้มาจากศูนย์การเรียนรู้จังหวัดลพบุรี แหล่งผลิตดินสอพองที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน นำมาพอกไข่เค็มแล้วทำให้รสชาติกลมกล่อม ไข่ไม่เค็มจัดเกินไป”

คุณนัยนายังบอกเคล็ดลับเพิ่มอีกว่า การผลิตไข่เค็มให้อร่อยได้มาตรฐาน นอกจากเลือกใช้ดินสอพองที่ดีมีคุณภาพแล้ว สำคัญที่สุดคือการเลือกไข่เป็ด โดยไข่เค็มบ้านสมุนไพรจิดาภาคัดเลือกรับไข่จากฟาร์มใหญ่ที่มีมาตรฐานคงที่ มีความสดใหม่ ฟองใหญ่ และมีขนาดเท่ากัน เมื่อนำไปดองน้ำ หรือดองแห้งแบบพอก รสชาติจะเข้าถึงเนื้อ ได้ไข่เค็มคุณภาพอร่อยเต็มฟอง

เมื่อหันมาใช้วิธีการดองแห้งแบบพอกแทนการดองน้ำ  สามารถลดความเสี่ยงเรื่องกระบวนการผลิต ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย  ผลิตไข่เค็มคุณภาพได้ทันตามออเดอร์   โดยสินค้าพระเอกได้รับความสนใจมากที่สุด คือ “ไข่เค็มสมุนไพรต้มสุก”

คุณนัยนา เปิดเผยสูตรแบบไม่กั๊กให้ฟังว่า “ไข่เค็มสมุนไพรต้มสุก มีวิธีการทำที่ไม่ยาก สามารถทำทานเองได้ในครัวเรือน ขั้นตอนแรกคือนำไข่เป็ดสดใหม่มาล้างน้ำทำความสะอาด ล้างผ่านน้ำทีละฟอง ห้ามล้างแบบแช่น้ำเด็ดขาด เพราะจะทำให้น้ำซึมผ่านเปลือกเข้าไปในไข่ เน่าเสียได้ง่าย จากนั้นผสมดินสอพองกับสมุนไพรปั่นละเอียด สัดส่วนหนึ่งต่อหนึ่ง คลุกเคล้าให้เข้ากันนำมาพอกไข่ทิ้งไว้ในโหลหรือไหที่มีภาชนะปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 3 อาทิตย์ ก็สามารถนำไข่ที่พอกเสร็จแล้วมาล้าง และต้มกับน้ำสมุนไพรอีกครั้ง ประมาณ 20 นาที ยกออกทิ้งไว้ให้เย็น สามารถแกะเปลือกรับประทานได้ทันที รสชาติอร่อย ดีต่อสุขภาพด้วยคุณสมบัติของสมุนไพรไทย ไข่ไม่เค็มมาก มีกลิ่นหอมของสมุนไพร”

นอกจากนั้น  คุณนัยนา ต่อยอดพัฒนาไข่เค็ม เพิ่มอายุการเก็บรักษาไข่เค็ม ผ่านความร่วมมือจากภาครัฐ โดยร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) คิดค้นนวัตกรรมใหม่เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ “ไข่เค็มผงสำเร็จรูปพร้อมปรุง” ที่มีอายุเก็บไว้ได้นานถึง 6 เดือน ถือเป็นการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ที่สร้างความประทับใจแก่ลูกค้า ขยายกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น

ธุรกิจเดินทางมาด้วยดี จนเมื่อมาพบกับอุปสรรคครั้งใหญ่ “จากวิกฤตโควิด-19 ระบาด แน่นอนไข่เค็มบ้านสมุนไพรจิดาภาคงหนีไม่พ้นผลกระทบ   ซึ่งเป็นปัญหาอุปสรรคที่ยากจะก้าวผ่าน สิ่งที่ทำได้คือประคอง เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน ดังนั้น เมื่อยอดขายกว่า 80% หายไป คงเหลือเพียงยอดขาย 20% จากตลาดออนไลน์ การบริหารจัดการธุรกิจจึงปรับเปลี่ยนใหม่ พยายามลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด อย่างสินค้าบางตัวจะหันมาผลิตตามออเดอร์เท่านั้น  อาทิ ไข่เค็มดองน้ำแบบโบราณ ไข่สด เป็นต้น รวมถึงลดปริมาณการผลิต โดยกำหนดจากยอดการสั่งซื้อของเดือนที่ผ่านมาเป็นหลัก ซึ่งจุดนี้ช่วยให้ธุรกิจยังคงเดินหน้าต่อไปได้ไม่สะดุด”

ทั้งนี้ การฝ่าพายุวิกฤตโควิด-19 คุณนัยนายังบอกอีกว่า พายุลูกใหญ่ขนาดนี้ตนจะสู้ฝ่าฟันเพียงลำพังคนเดียวคงไม่ไหว โชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เข้าร่วมกลุ่มเกษตรกรเปิดตลาดนัดสีเขียวให้ผู้ประกอบการมีช่องทางการจัดจำหน่าย หรือแม้แต่การสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุนจากธนาคารของรัฐ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) หรือ SME D Bank ผ่านสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan) เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินต่อไปได้ และ ธนาคารยังได้ช่วยขยายช่องทางการตลาด สร้างโอกาสสนับสนุนให้เข้าร่วม  กิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ที่จัดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง SME D Bank โลตัส และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) อีกด้วย

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ไข่เค็มบ้านสมุนไพรจิดาภาที่ได้รับความนิยม คือ ไข่เค็มสมุนไพรสูตรไข่แดงเค็มมัน / ไข่เค็มอินเตอร์สูตรใบเตย บรรจุถุงจีบ(5 ฟอง) ราคาส่งถุงละ 40 บาท ราคาปลีกถุงละ 50 บาท, ไข่เค็มอินเตอร์สูตรสมุนไพร  / ไข่เค็มพอกใบเตย บรรจุกล่องกระดาษ(6 ฟอง) ราคาส่งกล่องละ 50 บาท ราคาปลีกกล่องละ 65 บาท, ไข่แดงเค็มผงสำเร็จรูปพร้อมปรุง ขนาดกระปุกละ 150 กรัม ราคา 250 บาท , ไข่แดงเค็มมัน ขนาดถุงละ 200 กรัม ราคา 90 บาท, ไข่เค็มจิดาภาไข่เค็มออแกร์นิค(5 ฟอง) กลิ่น ขิง อัญชัญ ใบเตย ราคาถุงละ 80 บาท เป็นต้น

คุณนัยนาทิ้งท้ายถึงอนาคตไว้ว่า “หากสถานการณ์กลับมาปกติและดีขึ้น อยากจะทำฟาร์มเลี้ยงเป็ดเอง เพื่อผลิตไข่เป็ดวัตถุดิบหลักให้ได้มาตรฐาน สามารถสร้างสรรค์เมนูจากไข่เป็ดที่มีคุณภาพได้หลากหลายยิ่งขึ้น ตอบแทนลูกค้าผู้บริโภคที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอดค่ะ”

ข้อมูลประกอบ

คุณนัยนา เดชพันธ์

แบรนด์ “ไข่เค็มบ้านสมุนไพรจิดาภา”

โทรศัพท์ 061-956-5459

www.bansamunpraijidapa.com


Skip to content