fbpx

SME Development Bank ดันสร้างอาชีพลูกค้า ธอส. ยกขบวนสินเชื่อดอกเบี้ยถูก 1% และ 3% ขับเคลื่อน ศก.ฐานราก

 

SME Development Bank ประกาศเดินหน้า “โครงการสร้างบ้านสร้างอาชีพ” สนับสนุนลูกค้า  ธอส. เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยถูก 1% และ 3% เพื่อนำไปใช้ประกอบอาชีพ  ตั้งเป้าถึงแหล่งทุน 20,000 ราย หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเติบโตแข็งแกร่งและยั่งยืน 

 

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ( ธพว. หรือ SME Development Bank) กล่าวว่า จากที่ ธพว.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการสร้างบ้านสร้างอาชีพ” กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในระดับฐานราก (Local Economy) โดยจะสนับสนุนให้ลูกค้าของ ธอส. ซึ่งมีฐานกว่า 1  ล้านราย ที่ต้องการเงินทุนไปประกอบอาชีพ สามารถมาขอสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษกับ ธพว.ได้ โดยไม่ต้องนำบ้านมาใช้เป็นหลักประกัน

 

ขณะนี้ ธนาคารเตรียมความพร้อมไว้บริการทุกด้านแล้ว ทั้งทีมงาน และสินเชื่อดอกเบี้ยถูก ได้แก่  สินเชื่อเศรษฐกิจติดดาว  วงเงิน 50,000 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยเพียง 3% คงที่ 3 ปี ผ่อนชำระได้นานถึง 7 ปี สามารถใช้ บสย.ค้ำประกันฟรี 4 ปีแรก กู้ 1 ล้านบาท ผ่อนเพียง 460 บาทต่อวัน สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว  ท่องเที่ยวชุมชน หรือธุรกิจที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV)   เช่น     โฮมสเตย์  บูติคโฮเต็ล  ร้านอาหาร ผลิตขนมท้องถิ่น เป็นต้น   กลุ่มอาชีพบริการต่างๆ ที่อยู่คู่ชุมชน ตัวอย่างเช่น 10 อาชีพ ดังนี้ 1.ช่างตัดผม 2.ช่างเสริมสวย 3.ช่างตัดเสื้อ 4.ซ่อมรถยนต์/รถจักรยานยนต์ 5.ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า  6.ช่างซ่อมประปา/ไฟฟ้า 7.ช่างไม้/เฟอร์นิเจอร์/ประกอบเรือ 8.ซ่อมคอมพิวเตอร์/สมาร์ทโฟน 9.ช่างตีเหล็ก และ 10.ทำดอกไม้ประดิษฐ์  เป็นต้น  รวมถึง กลุ่มธุรกิจเกษตรแปรรูป ทั้งอาหารและไม่ใช่อาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์สปา ผลไม้อบแห้ง เครื่องดื่มสมุนไพร และเครื่องสำอาง เป็นต้น

 

สินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 วงเงิน 8,000 ล้านบาท สำหรับผู้กู้ที่ขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล) คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1% คงที่ตลอดระยะผ่อนชำระนานถึง 7 ปี ปลอดชำระเงินต้น 3 ปีแรก เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีปัญหาทางการเงินสามารถกู้ได้ (แม้เคยปรับโครงสร้างหนี้ หรือผ่อนชำระไม่ต่อเนื่องมาก็ตาม)  สำหรับลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ และใช้เป็นเงินหมุนเวียน โดยไม่ต้องใช้ บสย. หรือบ้านมาค้ำประกัน

 

และสินเชื่อสร้างอาชีพวัยเก๋า วงเงิน 1,000 ล้านบาท  เปิดโอกาสผู้ประกอบการอายุตั้งแต่ 55  ปีขึ้นไป  รวมระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดถึงอายุ 75 ปี  นำไปเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ต่างๆ เพื่อสร้างรายได้หลังเกษียณอายุจากการทำงานประจำ เช่น เปิดร้านกาแฟ ทำฟาร์มสัตว์เลี้ยง ธุรกิจเกษตรอินทรีย์ ฯลฯ  รวมไปถึงลงทุนซื้อ “แฟรนไชส์” ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำในการประกอบธุรกิจ รวมถึง นำใช้ปรับปรุงกิจการเดิมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถแข่งขันในธุรกิจได้

 

 

นอกจากนั้น ธนาคารอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้ประกอบการที่ต้องการสินเชื่อ โดยเปิดบริการยื่นขอสินเชื่อผ่านออนไลน์   (https://coreportal.smebank.co.th/)  เพียงสแกน QR ตามจุดต่างๆ ที่ธนาคารนำป้ายสแกนไปติดตั้งไว้กว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ เช่น  สถานที่ราชการ   หน่วยงานพันธมิตร  และเครือข่ายสมาคมต่างๆ  เป็นต้น

 

นายมงคล เผยด้วยว่า คาดว่า ภายในปีนี้ (2561) จะมีลูกค้าของ ธอส. มาใช้บริการสินเชื่อจาก ธพว.  ประมาณ 20,000 ราย วงเงินกู้ตั้งแต่ 2 แสนบาทถึง 2 ล้านบาทต่อราย มูลค่าสินเชื่อรวมประมาณ 1,500 ล้านบาท ซึ่งจะก่อให้เกิดการสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้อย่างกว้างขวาง  ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ สร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจไทยจากฐานรากอย่างแท้จริง

 

“ลูกค้า ธอส. ที่ต้องการกู้เงินในโครงการนี้ ไม่ต้องใช้บ้านมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน  ขอแค่สมอง กับสองมือ ก็จะได้รับเงินทุนไปสร้างโอกาส สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ โดยใช้ บสย.ค้ำประกันแทน  ซึ่งรัฐบาล และ ธพว. ออกค่าธรรมเนียมฟรี 4 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยถูกแค่ 1% และ 3% ผ่อนนานถึง 7 ปี หรือคิดง่ายๆ ว่า กู้ 100,000 บาท ผ่อนเพียงวันละ 46 บาทเท่านั้น ถือเป็นภาระเงินกู้ที่ต่ำมากๆ เอื้อต่อการนำไปลงทุนประกอบอาชีพ” นายมงคล กล่าว

 

Skip to content